Once Upon A Time In Lingjian Mountain ซีรีส์จีนเทพเซียน

Once Upon A Time In Lingjian Mountain ซีรีส์จีนเทพเซียน หรือชื่อไทยคือ กาลครั้งหนึ่งที่ภูเขาหลิงเจี้ยน ซีรีส์จีนเรื่องใหม่ เข้าสู่ Netflix เรียบร้อยแบบค่อนข้างเซอร์ไพร์ส และรับชมได้ใน WeTV

ใครสนใจหาดูซีรีส์จีนแนวเทพเซียน แต่มีสีสันและรสชาติของเรื่องที่กระชับ สนุก ไม่ดราม่าเกินเหตุ ตัวละครบุคลิกน่าสนใจ และไม่ได้โรมานซ์จนเลี่ยนเกินไป ต้องดูเรื่องนี้เลยครับ ที่สำคัญคือ ความฮา ความเล่นใหญ่ และความกาวมากๆของตัวละครที่จัดเต็มจริงๆ

กาลครั้งหนึ่งที่ภูเขาหลิงเจี้ยน (Once Upon a Time in Lingjian Mountain) เป็นซีรีส์จีน แนวเทพเซียน ที่เรื่องราวแสนจะยำมิตรสุดรั่ว แอ็คชั่น คอเมดี้ โรมานซ์ ดราม่า ผสมผสานแนว เกิดใหม่ กับสไตล์ Manhua การ์ตูนจีน เรียกว่างานนี้ยำมิตรกันจนออกมาเฮฮาสุดกู่

ซึ่งในเรื่องนี้มีอยู่หลายฉากที่ใครดูแล้วอาจจะขำกลิ้งหรือตบเข่าดังฉาดเลย เพราะมีการล้อเลียน Parody หนังต่าง ๆ เยอะมาก ซึ่งก็นานมากแล้วที่มีหนังจีนกำลังภายในหรือสายเทพเซียนสร้างออกมาแนวนี้

แต่อันที่จริงแล้วจากในต้นฉบับนิยายเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในแนว “เกิดใหม่” (ซึ่งวงการไลท์โนเวลญี่ปุ่นเรียกสายนี้ว่า แนว Isekai) คือมีการเซตเรื่องราวให้ตัวเอกคือ หวังลู่ เป็นเด็กหนุ่มที่ระลึกชาติได้ ซึ่งเจ้าตัวก็จะมีความทรงจำและความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ไปจนถึงการมีวุฒิภาวะและความคิดอ่านที่เกินกว่าเด็กหนุ่มทั่วไปติดตัวมา ตรงนี้จะทำให้เราน่าติดตามว่า แล้วเขาจะใช้ความสามารถกรุยเส้นทางของโลกแห่งเทพเซียนไปได้อย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเรื่องมาสร้างเป็นซีรีส์ ประเด็นนี้ก็ถูกดัดแปลงใหม่ เพราะรัฐบาลจีนได้ออกข้อกำหนดสำหรับการสร้างหนังและซีรีส์จีนย้อนยุคห้ามไม่ให้ใช้พล็อตเรื่องแนว เกิดใหม่ ย้อนเวลา และข้ามมาต่างโลก สืบเนื่องจากปัญหาที่เคยมีวัยรุ่นฆ่าตัวตายมาก่อนหน้านี้

แต่การนำเสนอในซีรีส์เรื่องหลิงเจี้ยนตั้งแต่ฉากแรก ๆ ก็มีการสื่อให้คนดูรับรู้ว่า ตัวเอกเกิดมาแล้วก็มีจิตสำนักที่ตระหนักขึ้นมาได้ตั้งแต่แรกเกิดที่ลืมตาขึ้นมาแล้ว ทำให้เห็นว่าตัวเอกมีอะไรที่พิเศษมาตั้งแต่เกิด เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อเลี่ยงข้อกำหนดของการดัดแปลงเป็นซีรีส์ได้ดีเลยทีเดียวครับ

ในส่วนของฉากแอ็คชั่น แน่นอนว่าใช้ CG เอฟเฟค ค่อนข้างเยอะ ตามสไตล์เรื่องแนวเทพเซียน แต่ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง

ส่วนการเดินเรื่อง ถือว่าเป็นจุดเด่นเลยก็ว่าได้ เพราะมีการเดินเรื่องที่ค่อนข้างกระชับ ฉับไว เพียงแค่ 2-3 ตอนแรก เรื่องก็เดินมาจนจบบทแรกแล้ว และรีบนำเสนอตัวละครต่าง ๆ รวมถึงตบบทบาทของเหล่าตัวละครให้เข้าที่ ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าซีรีส์จีนยุคใหม่หลายเรื่องที่มีจำนวนตอนมหาศาล แต่ตรงนี้คงต้องติดตามดูว่าจะยังรักษาความเร็วของการเดินเรื่องได้ดีแค่ไหน

ในแง่ปมปริศนาของเรื่อง ถ้าไม่ใช่คนที่เคยดูอนิเมะหรือชอบแนวเกิดใหม่มาก่อน อาจจะไม่ค่อยอินนัก และรู้สึกว่าทำไมพระเอกฉลาดเกินคนทั่วไป แต่ถ้าคนชอบแนวนี้รับรองว่าถูกใจแน่ ที่สำคัญคือตัวเอกถึงจะฉลาดและมีความรอบรู้มากแค่ไหน แต่ก็มีจุดอ่อนที่สำคัญซึ่งในเรื่องราวเจ้าตัวก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางแก้ไขเหมือนกัน ไม่ได้เก่งเทพไปทุกอย่าง

สรุปในภาพรวมแล้ว เรื่องถือว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์จีน แนวเทพเซียน ที่ค่อนข้างน่าเซอร์ไพร์ส สำหรับ Netflix ในการเอาเข้ามาเลยทีเดียวครับ

about author

admin

[email protected]

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat.